Haijai.com


นวดมดลูกแก้ปวดประจำเดือน ช่วยกระชับมดลูก


 
เปิดอ่าน 5228

นวดมดลูกแก้ปวดประจำเดือน

 

 

Q : ดิฉันสงสัยเรื่องการนวดมดลูกเพื่อแก้ปัญหาประจำเดือนและช่วยให้มีลูกง่ายค่ะ เคยลองไปนวดกับคุณยายท่านหนึ่ง เพราะต้องการแก้ปัญหาปวดประจำเดือน ใช้เวลานวดประมาณ 30 นาที ขณะนวดรู้สึกเจ็บเหมือนกันค่ะ

 

 

คุณยายบอกว่า มดลูกดิฉันคล้ายใบบัว เป็นลักษณะที่มีลูกง่าย หลังจากนวด 2 วัน ประจำเดือนก็มาและรู้สึกปวดน้อยลง จึงอยากเรียนถามคุณหมอว่า การนวดแผนโบราณเช่นนี้ช่วยแก้ปัญหาปวดประจำเดือน และช่วยให้มีลูกง่ายจริงหรือไม่ และมีข้อควรระวังอย่างไรบ้าง

 

 

A : การนวดมดลูกเป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยให้มดลูกแข็งแรงด้วยวิธีธรรมชาติ เป็นศาสตร์การแพทย์แผนตะวันออก ตามตำราแพทย์แผนไทยเชื่อว่า การนวดเช่นนี้ทำให้เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงมดลูก ท่อรังไข่ และรังไข่ได้ดีขึ้น เพิ่มออกซิเจนในกระแสเลือด ส่งผลให้กล้ามเนื้อมดลูกแข็งแรง จึงสามารถรองรังตัวอ่อนที่เกิดจากการปฏิสนธิได้ดี

 

 

เมื่อการผลิตฮอร์โมนเพศหญิงจากรังไข่ดีขึ้น จึงช่วยให้มีลูกง่าย ที่สำคัญ เมื่อท่อนำไข่เคลื่อนไหวได้ดี จึงเพิ่มโอกาสการผสมระหว่างไข่กับอสุจิที่เกิดขึ้นในท่องรังไข่สูงขึ้น

 

 

สุดท้าย ช่วยให้มดลูกสามารถบีบไล่เลือดประจำเดือนได้ดี ลดอาการปวดประจำเดือน และขับสารพิษ ของเสียหรือของตกค้างในที่อยู่ในโพรงมดลูกออกได้

 

 

นอกจากนี้ยังมีความเชื่อว่า การนวดมดลูกช่วยกระชับมดลูกที่หย่อนคล้อยให้กลับมาอยู่ตำแหน่งเดิม อีกทั้งความรู้สึกสบายจากการนวด ทำให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนแห่งความสุขเอนดอร์ฟิน ลดความเครียดและความเจ็บปวด ช่วยบรรเทาอาการปวดหัว ปวดกล้ามเนื้อ และปวดประจำเดือนได้

 

 

การนวดมดลูกมีข้อดีเหมือนศาสตร์อื่นๆ ของการแพทย์แผนตะวันออก คือ เป็นวิถีธรรมชาติ ไม่ต้องรับสารเคมีหรือของแปลกปลอมเข้าไปในร่างกาย ทำง่าย ไม่ต้องมีเครื่องมือหรือเสียค่าใช้จ่ายสูง และสามารถทำได้ด้วยตนเอง แต่ข้อเสีย คือ ไม่มีผลรับรองทางวิทยาศาสตร์ หรือหากมีก็เป็นงานวิจัยที่มีจำนวนประชากรน้อย ยังไม่อาจสรุปผลได้ จึงต้องระวังผลเสียที่อาจจะเกิดขึ้น

 

 

วิธีการนวดมดลูกด้วยตนเอง

 

1.ใช้น้ำมันหล่อลื่นทาหน้าท้อง เพื่อให้นวดได้ง่ายและไม่ทำให้รู้สึกเจ็บ

 

 

2.นอนหงาย ชันเข่าทั้งสองข้าง ใช้หมอนหนุนส่วนสะโพกให้ยกขึ้น

 

 

3.ใช้สองมือประสานกันแล้วกดลงไปที่ท้องน้อยบริเวณชิดกระดูกหัวหน่าว แล้วค่อยๆ โกยขึ้นมา

 

 

4.ใช้ปลายนิ้วของทั้งสองมือกดคลึงบริเวณท้องน้อยและคลึงไปทั่วๆ หน้าท้อง

 

 

5.กางนิ้วมือทั้งสองข้าง โดยให้นิ้วโป้งซ้ายจรดนิ้วโป้งขวา ใช้นิ้วโป้งทั้งสองกดลงที่ท้องน้อยเหนือหัวหน่าว ส่วนนิ้วมือที่เหลือกดลงบนกระดูกอุ้งเชิงกราน ค่อยๆ ผ่อนแรงกดลง แล้วค่อยๆ กดลงไปใหม่

 

 

ข้อควรระวังในการนวดมดลูก

 

1.องค์ความรู้ด้านการแพทย์แผนปัจจุบันอธิบายว่า มดลูกที่มีขนาดปกติ คือ ความกว้าง x ยาว x หนา อยู่ที่ 5 x 7 x 4 เซนติเมตร ไม่สามารถนวดได้ เพราะมีขนาดเล็กและตั้งอยู่ในอุ้งเชิงกรานที่มีกระดูกล้อมรอบ ในกรณีที่ตั้งครรภ์หรือมดลูกโต เพราะมีเนื้องอก จึงไม่ควรนวดเด็ดขาด เพราะอาจจะทำให้แท้งหรือตกเลือดได้

 

 

2.ผู้นวดมดลูกควรมีความรู้ว่า บริเวณหน้าท้องที่กำลังนวดมีอวัยวะใดอยู่ข้างใน เช่น ต้องระวังการนวดใต้ชายโรงขวาเพราะมีตับ และใต้ชายโครงซ้ายเพราะมีม้าม

 

 

ไม่ควรนวดในกรณีที่มีความเจ็บป่วย เช่น เป็นโรคไตอักเสสบ โรคตับอักเสบ เป็นเนื้องอก เป็นถุงน้ำ ฯลฯ ในบางรายที่มีปัญหาเส้นเลือดแดงใหญ่โป่งพอง การนวดตรงกลางท้องอาจทำให้เกิดอันตรายต่อชีวิต

 

 

3.การนวดมดลูกเพื่อลดการปวดประจำเดือน ขณะมีประจำเดือน สามารถทำได้และได้ผลเฉพาะอาการปวดประจำเดือนปฐมภูมิ คือ เป็นการปวดประจำเดือนธรรมดา ที่ไม่มีโรคเป็นสาเหตุทำให้ปวดประจำเดือนเท่านั้น หากเป็นการปวดประจำเดือนทุติยภูมิ หรือมีโรคเป็นสาเหตุ จะทำให้อาการปวดประจำเดือนเป็นมากกว่าเดิมและอาการของโรคแย่ลงได้

 

 

4.ตามเหตุผลทางวิทยาศาสตร์ การนวดมดลูกไม่สามารถทำให้มีลูกง่ายได้โดยตรง เพราะไม่สามารถแก้ปัจจัยที่ทำให้มีลูกยาก เช่น โพรงมดลูกตีบตัน ท่อนำไข่ตีบตัน เป็นโรคเนื้องอกมดลูก เป็นโรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ อสุจิฝ่ายชายไม่แข็งแรงได้

 

 

แต่อาจทำให้มีลูกได้ง่ายทางอ้อม คือ ลดความเครียด ทำให้ร่างกายผลิตฮอร์โมนออกมาดีขึ้น ช่วยให้ไข่ตกดีขึ้น

 

 

5.การนวดมดลูกไม่สามารถแก้ไขปัญหามดลูกต่ำ เพราะไม่สามารถแก้ไขความอ่อนแอของเอ็นพยุงมดลูก หรือกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานที่อ่อนแอ ทั้งนวดไม่ถึงตัวมดลูกที่เคลื่อนลงไปในช่องคลอด

 

 

6.โดยทั่วไปไม่ควรนวดมดลูกหลังไข่ตก หากประจำเดือนมาทุก 28 วัน ไม่ควรนวดมดลูกวันที่ 14-21 ของประจำเดือน เพราะการนวดที่รุนแรงอาจทำให้ไข่และอสุจิเคลื่อนไหวผิดทิศทาง เกิดปัญหาท้องนอกมดลูกได้

 

 

7.การนวดมดลูกที่เรียกว่าการโกยมดลูก เพื่อลดอาการปวดหลัง ปวดท้องน้อย และถ่วงท้องในคนตั้งครรภ์นั้นไม่ควรทำ เพราะอาจจะเกิดการแท้งลูก ตกเลือด น้ำคร่ำแตก ทารกคลอดก่อนกำหนด ฯลฯ โอกาสเกิดอันตรายจากการนวดมดลูกจะสูงขึ้น หากเด็กทารกในครรภ์อยู่ในท่าไม่ปกติ เช่น ทารกท่าขวาง ท่าก้น มีภาวะรกเกาะต่ำ มีภาวะรกลอกตัวก่อนกำหนด เป็นต้น

 

 

8.สำหรับผู้ที่ให้ผู้อื่นนวดมดลูก ต้องระวังการนวดที่รุนแรงหักโหม หากรู้สึกเจ็บ ซึ่งเป็นการเตือนของร่างกาย ไม่ควรฝืนหรืออดทนเอา ควรบอกผู้นวดให้นวดเบาๆ หรือหยุดนวด

 

 

แต่ถ้าต้องการให้หายปวดประจำเดือนถาวร ควรปรับการกินมาเป็นอาหารชีวจิตหรืออาหารสุขภาพ พร้อมกับออกกำลังกายทุกวันค่ะ

 

 

พญ.ชัญวลี ศรีสุโข

สูติ-นรีแพทย์

โรงพยาบาลประจำจังหวัดพิจิตร

(Some images used under license from Shutterstock.com.)



สักคิ้ว 3 มิติ เพ้นท์คิ้ว 3 มิติ