Haijai.com


คุณแม่ตั้งครรภ์ทำไมต้องมีสมาธิ


 
เปิดอ่าน 723

แม่ท้องกับการมีสมาธิ

 

 

ว่าที่คุณแม่คนใหม่ทราบกันหรือเปล่าคะว่า มีเทคนิคหนึ่งที่จะทำให้รู้สึกสบาย ผ่อนคลายกันมากขึ้น ทั้งกาย และใจ เพราะเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าอาการที่จะเกิดร่วมในขณะตั้งครรภ์นั้น มักที่จะมีผลทำให้ว่าที่คุณแม่รู้สึกเหนื่อยล้ากันได้กว่าจะครบการอุ้มท้องทั้ง 9 เดือน ในคุณแม่บางรายอาจจะมีอาการหดหู่ ท้อแท้ หรืออยากที่จะให้การอุ้มท้องแรกนี้ผ่านไปเร็วๆ  แต่ถึงแม้จะมีว่าที่คุณแม่รู้สึกแบบนี้กันบ้างก็ไม่ได้เป็นสิ่งที่ผิดอะไร เพราะคนแต่ละย่อมไม่เหมือนกัน หากใครไม่เคยอุ้มท้อง ก็ไม่สามารถรู้สึกได้ว่าเป็นอย่างไร ฉะนั้นสิ่งที่สามารถจะช่วยให้คุณแม่รู้สึกดีขึ้น และมีสตินิ่งอยู่กับสิ่งปัจจุบันได้ ก็น่าจะเป็นการทำสมาธิคะ

 

 

การทำสมาธิตามหลักทางศาสนาแล้ว ได้อธิบายไว้ในเชิงปฏิบัติว่าการทำสมาธิ จะช่วยให้ผู้ทำสมาธินั้นเกิดความสงบ สบาย และมีความสุข ดังนั้นเราสามารถที่จะสร้างสมาธิหรือกำหนดลมหายใจกันได้ง่ายๆ ในทุกที่ที่สามารถเอื้ออำนวยให้ทำได้ เรียกว่าการฝึกปฏิบัติสามารถทำด้วยตนเองได้ เพื่อให้การดำรงชีวิตในทุกๆ วันเป็นไปอย่างปกติสุข อยู่อย่างไม่ประมาท อยู่อย่างมีสติกับสิ่งที่ทำและเป็นอยู่นั่นเอง

 

 

คุณแม่ตั้งครรภ์ ทำไมต้องมีสมาธิ

 

การมีสมาธิในคุณแม่ที่ตั้งครรภ์นั้น สามารถทำได้เองง่ายๆ ที่บ้าน วันละ 5-10 นาที เพื่อให้จิตใจได้รู้สึกสงบ และมีสติอยู่กับสิ่งที่กำลังต้องรับผิดชอบอยู่อย่างการตั้งครรภ์ ทำให้รู้ว่าการตั้งครรภ์เป็นเรื่องที่ต้องดูแลทั้งกาย และใจ เพื่อให้ผลจากการทำสมาธิได้ส่งต่อไปถึงลูกในครรภ์ เพื่อให้ลูกเกิดความสงบด้วยในเวลาเดียวกัน การทำสมาธิยังช่วยให้ฮอร์โมนของคุณแม่ตั้งครรภ์อยู่ในระดับที่สมดุลกับร่างกาย ในกรณีที่มีคุณแม่บางรายมักมีอารมณ์หงุดหงิด ฉุนเฉียวเกิดขึ้นบ้างในบางครั้ง การทำสมาธิก็จะช่วยให้ภายในจิตใจเย็นลง และเรียนรู้กับสิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัวได้อย่างถูกต้อง

 

 

คุณแม่ตั้งครรภ์ จะทำสมาธิได้อย่างไรบ้าง

 

ก่อนอื่นต้องเข้าใจกันให้ดีก่อนว่า การทำสมาธิก็เพื่อช่วยให้มีใจตั้งมั่นในอารมณ์ใดอารมณ์หนึ่งอย่างแน่วแน่ หรือการมีใจจดจ่ออยู่ในเรื่องใดเรื่องหนึ่งนั่นเอง สำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์มือใหม่ก็สามารถทำได้ กับอิริยาบถต่างๆ ตามนี้คะ

 

 การยืน ให้คุณแม่ยืนตรงอย่างมั่นคง วางมือขวาทับมือซ้าย คว่ำมือทั้งสองข้างลง แล้วหลับตา จากนั้นก็ในกำหนดลมหายใจเข้าออก พร้อมภาวนาพุทโธ ในใจช้าๆ ให้ทำสัก 5-10 นาที

 

 

 การนั่ง ให้คุณแม่หามุมที่นั่งสบายๆ จะเป็นในสวนหลังบ้านที่มีลม มีแดดอ่อนๆ  หรือห้องที่มีอากาศถ่ายเทได้สะดวก จากนั้นก็ให้กำหนดรู้อยู่ในใจ พร้อมภาวนา พุทโธช้าๆ ทำประมาณ 5-10 นาทีก็พอแล้ว เนื่องจากคุณแม่อาจจะปวดหลังได้เพราะขนาดของครรภ์นั่นเอง ให้ทำสมาธิพอประมาณไม่ต้องหักโหม

 

 

 การเดิน การทำสมาธิที่ต้องเดินนั้น ก็เหมือนกับการเดินจงกรมคะ โดยคุณแม่จะต้องกำหนดความสั้น ความยาว ของเส้นทางที่จะเดิน ดีที่สุดให้เดินอยู่ในบริเวณบ้าน หรือไม่ก็เดินในห้องนั่งเล่น การเดินในทุกที่ที่จะทำสมาธิจะต้องไม่มีสิ่งกีดขวางบริเวณทางเดิน ที่สำคัญต้องไม่มีเสียงดังที่จะมารบกวนการทำสมาธิได้ด้วยนะคะ  หลังจากที่หาบริเวณที่เหมาะสมในการเดินทำสมาธิแล้ว ก็ให้คุณแม่ตั้งสติ ก้มหน้าลงเล็กน้อย แล้วให้สายตาทอดลงพอดีกับระดับทางเดิน ให้วางมือทั้งสองข้างไว้ด้านหน้า แล้วให้กำหนดรู้ภายในใจ พร้อมภาวนาพุทโท เดินแบบสำรวม เดินช้าๆ ไม่ต้องเดินเร็วหรือรีบ ให้เดินสมาธิไปกลับในระยะที่กำหนดไว้ ในคุณแม่เดินแค่รอบเดียวก็ได้ เพื่อไม่ให้เหนื่อยจนเกินไปคะ

 

 

 การนอน การนอนก็สามารถทำสมาธิได้เช่นเดียวกันคะ ให้คุณแม่นอนในท่าตะแคงไปทางด้านขวา แล้วเอามือขวารองศีรษะไว้(หากไม่ถนัดก็ใช้หมอนใบเล็กๆ วางแทนได้) ยืดมือซ้ายไปตามตัว แล้วให้ตั้งสติให้นิ่ง พร้อมกำหนดลมหายเข้า และออกช้า พร้อมภาวนา พุทโธ ให้ทำสัก 5-10 นาที

 

 

การเตรียมตัวก่อนการทำสมาธิ

 

 ต้องทำในเวลาที่เหมาะสม คือ ไม่ควรที่จะทำสมาธิในเวลาที่แดดแรงๆ (กรณีทำนอกสถานที่)  เพราะอาจจะเป็นลมแดดได้

 

 

 การทำสมาธิพยายามอย่าทานอาหารอิ่มจนเกินไป เพราะขณะนั่งทำสมาธิอาจจะทำให้ง่วงนอนได้

 

 

 สถานที่ที่ในการทำสมาธิจะต้องเป็นสถานที่ที่เหมาะสม อย่าให้มีเสียงที่ดังๆ หรือมีสิ่งใดมารบกวนจิตใจขณะทำสมาธิ

 

 

 การทำสมาธิ สามารถที่จะหาเพลงบรรเลงที่มีจังหวะเบาๆ ที่ฟังแล้วรู้สึกผ่อนคลาย มาเปิดพร้อมขณะทำสมาธิก็ได้เช่นกัน เพราะจะยิ่งช่วยให้คุณแม่นิ่ง สงบ และจดจ่ออยู่กับสิ่งทำได้อย่างดี

(Some images used under license from Shutterstock.com.)



สักคิ้ว 3 มิติ เพ้นท์คิ้ว 3 มิติ