Haijai.com

20 ความเชื่อหลังคลอด จริงหรือไม่

20 ความเชื่อหลังคลอด จริงหรือไม่


 
เปิดอ่าน 4399

20 ความเชื่อหลังคลอด จริงหรือไม่

 

 

คุณแม่หลายๆ ท่านคงเคยได้ยินเรื่องความเชื่อต่างๆ ที่เล่าต่อๆ กันมากมาย บางเรื่องก็น่าจะเป็นจริง บางเรื่องฟังดูน่าตกใจว่าจริงหรือนี่ บางเรื่องก็ชวนให้สงสัย วันนี้เรามี นพ.ปภากร มิ่งมิตรพัฒนะกุล สูติ-นรีแพทย์ จากศูนย์รักษาผู้มีบุตรยาก ศูนย์การแพทย์โรงพยาบาลกรุงเทพ มาคลายข้อสงสัยเกี่ยวกับความเชื่อเหล่านี้กันค่ะ

 

 

1.อาการปวดมดลูกใน 1-2 วันแรกหลังคลอด เป็นเรื่องปกติธรรมดาสำหรับมารดาหลังคลอด

 

จริง เพราะมดลูกต้องบีบตัวลงมาให้เท่าขนาดปกติภายในสองสัปดาห์หลังคลอด

 

 

2.น้ำคาวปลาปกติจะมีนานประมาณ 2 สัปดาห์

 

จริง เพราะเมื่อมดลูกเล็กลง น้ำคาวปลาที่ออกจากโพรงมดลูกก็จะลดลงจนหมดภายใน  2 สัปดาห์

 

 

3.หลังคลอดอาจจะมีก้อนหรือเต้านมบวมบ้าง เป็นเรื่องธรรมดา

 

อันนี้จะแบ่งออกเป็น  2 ช่วง คือถ้าในช่วง 1 สัปดาห์หลังคลอด เป็นช่วงที่น้ำนมจะยังออกไม่ดี ตรงนี้อาจจะมีการคัดบริเวณเต้านมได้บ้าง แต่พอน้ำนมออกได้ดีแล้วจะคัดตึงเฉพาะเวลาให้นมลูก เมื่อให้นมลูกเสร็จแล้วอาการเหล่านี้จะหายไป แต่หากอาการยังไม่หายไปอาจเป็นไปได้ว่ามีการติดเชื้อในเต้านม

 

 

4.อาการริดสีดวงทวารที่เป็นในระหว่างตั้งครรภ์จะสามารถหายเองได้หลังคลอด

 

ไม่จริง ความรุนแรงของริดสีดวงจะลดลงได้ ในคนที่เป็นน้อยอาการก็เหมือนจะหาย แต่คนที่เป็นมากก็อาจจะมีอาการเหลืออยู่ซึ่งก็ต้องไปพบแพทย์เป็นกรณีๆ ไป

 

 

5.ในคุณแม่ที่ให้นมเอง จะไม่มีประจำเดือนมาประมาณ 6-8 เดือน เป็นเรื่องปกติ

 

จริง แต่มักจะพบในรายที่ให้นมแม่เป็นหลัก ไม่มีการให้นมผสมร่วมด้วย อันนี้เกิดจากการที่เมื่อน้ำนมไหลออกมา ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนตัวหนึ่งออกมากดการตกไข่ เมื่อไม่มีการตกไข่ ก็จะไม่มีประเดือน แต่ถ้าให้นมแม่ไม่สม่ำเสมอฮอร์โมนตัวนี้ก็จะหลั่งออกมาไม่สม่ำเสมอเหมือนกัน ก็จะไม่สามารถกดการตกไข่ได้

 

 

6.หลังคลอดบุตรใหม่ๆ ไม่ควรอาบน้ำโดยการนอนแช่อ่าง

 

จริง เพราะการอาบน้ำโดยการลงไปนอนแช่อาจจะเสี่ยงต่อการที่เชื้อแบคทีเรียจะเล็ดลอดเข้าช่องคลอดแล้วเกิดการอักเสบที่มดลูก ถึงแม้ว่าตามธรรมชาติเมื่อลงไปแช่น้ำแล้วก็ไม่จำเป็นว่าน้ำจะเข้าไปในช่องคลอดก็ตาม แต่นี่ก็เป็นพฤติกรรมเสี่ยงที่คุณแม่หลังคลอดไม่ควรปฏิบัติ

 

 

7.หลังคลอดปกติควรออกกำลังกายเบาๆ อย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง  เพื่อให้น้ำคาวปลาออกดี และมดลูกเข้าอู่เร็ว

 

จริง แต่ต้องระวังในส่วนของคุณแม่ที่ผ่าคลอด เพราะอาจจะมีอันตรายต่อแผลที่ผ่า ไม่ควรออกกำลังกายในบริเวณกล้ามเนื้อหน้าท้อง ให้ออกกำลังกายในบริเวณอื่นๆ แทน

 

 

8.คุณแม่ควรสวมยกทรงเสมอ เพื่อลดความเจ็บปวดของอาการเต้านมคัด และป้องกันการหย่อนยาน

 

จริง เพราะถ้าหากเต้านมคัดแล้วไม่มีอะไรประคองไว้ คุณแม่จะยิ่งรู้สึกเจ็บ การสวมยกทรงก็จะช่วยบรรเทาอาการได้ระดับหนึ่ง แต่ไม่ควรเป็นยกทรงที่คับจนเกินไป เพราะการสวมยกทรงที่คับจะส่งผลต่อปริมาณน้ำนมที่น้อยลงด้วย

 

 

9.ในคุณแม่ที่คลอดโดยการผ่าตัด ช่วงหลังคลอดใช้ผ้ารัดท้องไว้ขณะเดินแผลจะได้ไม่เคลื่อนไหวเพื่อลดอาการเจ็บแผล

 

จริง การใช้ผ้ารัดจะช่วยบรรเทาอาการเจ็บปวด ยกเว้นในเวลานอนไม่ต้องรัด

 

 

10.ในคุณแม่ที่ให้นมเองเพียงอย่างเดียวโดยไม่ใช้นมผสมจะช่วยลดน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นระหว่างตั้งครรภ์ได้บ้าง

 

จริง เพราะในกระบวนการให้นมคุณแม่ก็จะต้องใช้พลังงานในการให้นมด้วย แต่ถ้าหากต้องการลดน้ำหนักได้ดี ควรคุมปริมาณอาหารร่วมด้วย

 

 

11.หากน้ำคาวปลามีกลิ่นเหม็น มีสีแดงตลอดภายใน 15 วันหลังคลอด ควรพบแพทย์เพื่อตรวจอาการผิดปกติทันที

 

จริง อันนี้แสดงว่ามีการอักเสบในโพรงมดลูก ลักษณะนี้เป็นภาวะแทรกซ้อนที่พบได้ทั่วไป เนื่องจากน้ำคาวปลาที่ออกมาเป็นแหล่งอาหารของแบคทีเรีย ในบางครั้งก็อาจจะมีแบคทีเรียเล็ดลอดเข้าไป ทำให้เกิดการอักเสบได้ การป้องกันคือต้องรักษาความสะอาด ทายาแก้อักเสบครบตามที่แพทย์ให้ และหมั่นสังเกตอาการตนเอง และมาพบแพทย์ทันทีที่มีอาการผิดปกติ

 

 

12.คุณแม่รู้สึกเจ็บปวดแผลฝีเย็บอยู่ตลอดเป็นเวลาประมาณ  2-3 สัปดาห์หลังคลอด เป็นเรื่องปกติ

 

ไม่จริง เพราะในภาวะปกติหากอยู่เฉยๆ ไม่ควรจะมีอาการเจ็บปวด แต่ถ้าเดิน หรือเคลื่อนไหวมากก็อาจจะมีอาการบ้าง ในกรณีที่เจ็บปวดอยู่ตลอดเวลาถือเป็นความผิดปกติ

 

 

13.ปกติแล้วแผลฝีเย็บจะหายเองได้ภายใน 7 วันหลังคลอด

 

จริง ในภาวะปกติ แผลฝีเย็บจะสมานกันเองในเวลาไม่เกิน 1 สัปดาห์

 

 

14.หลังคลอดจะมีประจำเดือนมาครั้งแรกในปริมาณมาก หรือนานกว่าปกติ เพราะรังไข่จะยังปรับตัวได้ไม่ดี

 

จริง บางครั้งอาจเกิดจากไข่โตขึ้นและมีเยื่อบุที่หนาขึ้น เป็นรอบเดือนที่ไม่ปกติ พบมากในคุณแม่หลังคลอด เป็นวงจรรอบเดือนที่ผิดปกติซึ่งจะหายเองได้ในประมาณ 1-2 รอบเดือน

 

 

15.หากมีอาการท้องผูกหลังคลอดห้ามใช้ยาระบายเด็ดขาด

 

ไม่จริง สามารถใช้ยาระบายได้ แต่ควรเป็นยาระบายที่เป็นสมุนไพรซึ่งไม่ตกค้างทั้งในร่างกาย และน้ำนม จึงไม่เป็นอันตราย

 

 

16.ไม่ควรรับประทานวิตามินเสริมในระหว่างให้นมบุตร

 

ไม่จริง การรับประทานวิตามินเสริมนั้นทำได้แต่ไม่ควรทานมากเกิน บางครั้งจะกลายเป็นว่าหลายขนานเกินไป หรือเกินมาตรฐาน ส่งผลต่อร่างกายเพราะแพทย์จะมีการให้วิตามินแก่คุณแม่หลังคลอดโดยให้รับประทานต่อจากช่วงตั้งครรภ์อยู่แล้ว ซึ่งตรงนั้นก็เพียงพอ

 

 

17.หลังคลอดควรรับประทานยาขับน้ำคาวปลา เพื่อให้น้ำคาวปลาหมดไวและมดลูกเข้าอู่ได้ดียิ่งขึ้น

 

ไม่จริง แต่เรื่องนี้ในทางการแพทย์ไม่ห้าม แต่ถ้าถามว่าต้องกินไหม ก็ไม่จำเป็นและการกินที่มากเกินไปในบางครั้งก็อาจจะทำให้เลือดออกผิดปกติทางช่องคลอดได้ และถ้าหากให้น้ำคาวปลาหมดเร็วและมดลูกเข้าอู่ได้ดีคือการให้นมแม่ เพราะขณะให้นม มดลูกจะรัดตัวอย่างรุนแรงทำให้มดลูกเข้าอู่เร็วและน้ำคาวปลาหมดไวไปด้วย

 

 

18.การอยู่ไฟ ทำให้มดลูกเข้าอู่เร็ว และไม่เป็นไข้ ร้อนๆ หนาวๆ

 

เรื่องนี้จริงๆ แล้วไม่จำเป็น เนื่องจากเทคโนโลยีด้านการแพทย์นั้นดีขึ้น โอกาสที่จะติดเชื้อหรือไม่สบายรุนแรงหลังคลอดนั้นน้อยลงมาก

 

 

19.การเดินบ่อย และออกกำลังกายหลังคลอดจะทำให้แผลฝีเย็บฉีกขาดหรืออักเสบได้ง่าย

 

ไม่จริง การเดินบ่อยและออกกำลังกายไม่มีผลต่อการทำให้แผลฝีเย็บฉีกขาด การเดินในชีวิตประจำวันจึงทำได้ไม่มีปัญหา

 

 

20.หลังคลอดห้ามนอนกลางวันจะทำให้ตัวบวม

 

ไม่จริง การนอนพักผ่อนเป็นเรื่องที่จำเป็นต่อคุณแม่มาก เพราะต้องใช้พลังงานมากทั้งในการให้นมและเลี้ยงลูก จึงไม่มีกฎใดห้ามการนอนกลางวัน

 

 

คงคลายความสงสัยกันไปได้บ้างนะคะ อย่างไรก็ตามเรื่องเกี่ยวกับคุณแหลังคลอดนั้นมีอีกมาก ทางที่ดีที่สุดคือคุณแม่ต้องพยายามสังเกตตนเอง หากเกิดภาวะผิดปกติก็ควรปรึกษาคุณหมอก่อนที่อาการจะลุกลามมาก เพื่อสุขภาพที่ดีของทั้งคุณแม่และเจ้าตัวเล็กค่ะ

(Some images used under license from Shutterstock.com.)

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ : 20 ความเชื่อหลังคลอด จริงหรือไม่