Haijai.com

15 ข้อควรปฏิบัติของแม่มือใหม่

15 ข้อควรปฏิบัติของแม่มือใหม่


 
เปิดอ่าน 1823

15 ข้อควรปฏิบัติของแม่มือใหม่

 

 

หลังจากที่รับมือจากการตั้งครรภ์มานานถึง 9 เดือน ก็ใช่ว่าเรื่องราวของแม่มือใหม่จะจบลง สิ่งที่ต้องเรียนรู้ยังมีอีกเยอะทั้งของคุณแม่และของคุณลูก เพราะถ้าไม่ดุแลตัวเองหลังคลอดก็อาจจะมีการเครียดจนคุณแม่บางคนรับมือกับอาการที่เกิดไม่ไหว ฉบับนี้จึงได้นำข้อปฏิบัติมาให้คุณแม่มือใหม่ได้ดูแลตัวเองอย่างละเอียดค่ะ

 

 

1.การพักผ่อน พักผ่อนให้มากอย่างน้อย 2 สัปดาห์ กลางคืนควรได้นอน 6-8 ชั่วโมง หลังอาหารกลางวันควรได้นอนพัก 1/2-3 ชั่วโมง และภายใน 6 สัปดาห์หลังคลอดห้ามทำงานหนักเช่น ยกของหรือแบกหามเพราะจะมีผลกระทบกระเทือนต่ออวัยวะในอุ้งเชิงกราน เช่นมดลูก

 

 

2.อาหาร ควรรับประทานอาหารที่ย่อยง่ายและมีประโยชน์ทุกชนิด เช่น เนื้อ นม ไข่ ผลไม้ และผักสด อาหารเหล่านี้จะช่วยให้มีน้ำนมที่มีคุณค่าพอเพียงสำหรับลูก และยังเสริมสร้างกำลังที่เสียไปในการคลอด ไม่ควรรับทานอาหารรสจัด ของหมักดอง หรือดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ รวมทั้งยาดอง ควรดื่มน้ำมาก ๆ (ไม่จำเป็นต้องใช้น้ำร้อน) ควรรับประทานผัก และผลไม้สด จะช่วยไม่ให้ท้องผูก

 

 

3.การออกกำลังกาย หลังคลอดใหม่ ๆ คุณแม่มักจะรู้สึกไม่ค่อยสบายไปหมด และอาจเจ็บระบบในช่วงวันแรก ๆ หลังการคลอด นอกจากนี้ยังอาจตกใจ กับรูปร่างตนเองหลังคลอด ที่จากท้องเต่งตึงกลายเป็นหน้าท้องหย่อน ๆ เต้านมจะใหญ่ ต้นขาจะอวบหนา ซึ่งการบริหารหลังการคลอดสม่ำเสมอ จะช่วยให้รูปร่างกระชับ และคุณแม่จะรู้สึกดีขึ้น

 

 

4.การเบ่งอุจจาระ หลังคลอดคุณแม่มักปวดแผล ทำให้กลั้นไม่อยากจะถ่ายอุจจาระ จึงมีปัญหาเรื่องถ่ายอุจจาระลำบาก ต้องเบ่ง ส่งผลเกิดความกลัวว่าจะเกิดแผลแยก วิธีแก้คือพยายามลุกขึ้นเดินไปมาทันทีที่ทำได้ เพื่อช่วยให้ลำไส้ทำงาน ดื่มน้ำมาก ๆ และกินอาหารที่มีกากและเส้นใยสูงเพื่อกระตุ้นการถ่ายอุจจาระ จะทำให้ถ่ายได้สะดวก และลดการเบ่งอุจจาระลงได้

 

 

5.ปวดท้องน้อยหลังคลอด อาจรู้สึกมีอาการปวดเกร็งในช่องท้อง และมักเป็นในขณะที่ลูกดูดนม อาการนี้เป็นจากการที่มดลูกรัดตัว ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีและเป็นลักษณะที่ปกติ เมื่อคุณแม่เข้าใจจะทำให้ลดความวิตกกังวลลง อาการปวดนี้ถ้าเป็นมาก อาจกินยาแก้ปวดพาราเซตามอล บรรเทาอาการปวดได้

 

 

6.ปัสสาวะผิดปกติ หลังคลอดใหม่ ๆ อาจมีอาการปัสสาวะลำบาก เนื่องจากปวดและระบมแผลบริเวณฝีเย็บ ไม่ควรกลั้นปัสสาวะ เพราะอาจเป็นสาเหตุของกระเพาะปัสสาวะอักเสบ แนะนำให้ปัสสาวะเร็วที่สุด เท่าที่จะทำได้หลังคลอด โดยอาจจะลุกขึ้นเดินไปมา เพื่อกระตุ้นให้อยากปัสสาวะ ปกติหลังคลอดร่างกาย จะพยายามขับน้ำที่สะสมไว้เกิน ในขณะตั้งครรภ์ ดังนั้นคุณแม่จะพบว่า ตัวเองปัสสาวะบ่อยในวันแรก ๆ หลังคลอดได้

 

 

7.อารมณ์เศร้า ผู้หญิงประมาณครึ่งหนึ่ง จะรู้สึกซึมเศร้าในช่วงสองสามวันหลังคลอด สาเหตุเกิดจากการเปลี่ยน ของระดับฮอร์โมนอย่างรวดเร็ว และหมดความรู้สึกตื่นเต้น ซึ่งผ่านไปแล้วเมื่อพ้นการคลอด อารมณ์เศร้านี้ส่วนใหญ่จะหายไปได้เอง และมักไม่เป็นอยู่นานเกิน 2 สัปดาห์ ถ้ามีอาการรุนแรง หรือเป็นนานเกินจากนี้ ควรปรึกษาแพทย์

 

 

8.การรักษาความสะอาดร่างกาย เมื่อช่วยตัวเองได้ภายหลังคลอด 12-24 ชั่วโมง อาบน้ำได้ แต่ไม่ควรอาบน้ำในอ่างน้ำ หรือแม่น้ำลำคลอง เพราะเชื้อโรคอาจเข้าไปภายในมดลูก นอกจากนี้ควรหมั่นเปลี่ยนเสื้อผ้า เนื่องจากระยะหลังคลอดแม่มักมีเหงื่อออกมากและมีน้ำนมไหลเปียกเสื้อ

 

 

9.น้ำคาวปลา คือสิ่งที่ถูกขับออกมาทางช่องคลอด ใน 2-3 วันแรก น้ำคาวปลา จะมีน้ำคาวปลาสีแดงออกมา 2-3 วัน จากนั้นจะจางลงเรื่อย ๆ จนเป็นสีเหลืองประมาณ 10 วัน และค่อย ๆ หมดไป คุณแม่ควรใส่ผ้าอนามัย และหมั่นเปลี่ยนผ้าอนามัยให้สะอาดอยู่เสมอ เพื่อสังเกตสี และกลิ่นของน้ำคาวปลา ถ้าน้ำคาวปลายังมีสีแดงตลอดเกิน 2 สัปดาห์หรือมีกลิ่นเหม็นควรรีบมาพบแพทย์ ไม่แนะนำให้คุณแม่ ใช้ผ้าอนามัยแบบสอด เพราะจะทำให้ติดเชื้อได้ง่าย

 

 

10.การดูแลแผลบริเวณฝีเย็บ ควรทำความสะอาด เช้า - เย็น และทุกครั้งที่ถ่ายปัสสาวะ หรืออุจจาระ เมื่อใช้กระดาษชำระภายหลังถ่ายอุจจาระ ระวังอย่าเช็ดย้อนจากทวารหนักมายังฝีเย็บ เพราะในอุจจาระมีเชื้อโรคมาก จะทำให้ติดเชื้อได้ แผลบริเวณฝีเย็บ จะเจ็บมากในช่วง 1-2 วันแรก และจะค่อย ๆ ลดลงเหลือเล็กน้อยใน 1 สัปดาห์ การดูแลความสะอาดของแผล สามารถทำโดยล้างด้วยน้ำอุ่น จากนั้นซับให้แห้ง เมื่ออาการปวดดีขึ้นแล้ว สามารถฝึกบริหารอุ้งเชิงกรานได้ทันทีโดยฝึกขมิบช่องคลอด จะช่วยให้แผลกระชับและหายเร็วขึ้น ถ้ามีอาการเจ็บปวด หรืออักเสบมาก อาจแช่ด้วยน้ำอุ่นผสมน้ำยาฆ่าเชื้อ ส่วน ผสมโดยประมาณ น้ำยา 1 ช้อนโต๊ะ (15 cc.) กับน้ำอุ่น 1 ลิตร หรือด่างทับทิม (ละลายน้ำจนเป็นสีชมพูอ่อน) แช่นานประมาณ 10 - 15 นาที เพื่อให้รู้สึกสบายขึ้น และทำให้การไหลเวียนของเลือดดีขึ้น แผลก็จะหายเร็ว

 

 

11.การดูแลเต้านมและหัวนม ระหว่างที่ให้นมลูก แม่ควรสนใจความสะอาดของเต้านมและหัวนมให้มากเป็นพิเศษ โดยการทำความสะอาดทุกครั้งที่อาบน้ำและหลังจากให้นมลูก ถ้ามีอาการนมคัด ควรแก้ไขโดยบีบน้ำนมออกเสียบ้าง และใช้น้ำเย็นประคบบริเวณเต้านม จะทำให้ลดอาการปวด การเกิดอาการนมคัดนี้ ถ้าปล่อยทิ้งไว้นาน ๆ อาจทำให้เกิดเต้านมอักเสบได้ จึงควรรีบปรึกษาแพทย์

 

 

12.เวลาที่เหมาะสมในการมีเพศสัมพันธ์ ควรเว้นการมีเพศสัมพนธ์อย่างน้อย 6 สัปดาห์หลังคลอดเพื่อป้องกันการติดเชื้อ และการฉีกขาดของช่องคลอด  เวลาที่เหมาะสมที่สุด สำหรับการมีเพศสัมพันธ์ คือ เมื่อพร้อมด้วยกันทั้งคู่ คุณแม่บางคนอาจจะยังเจ็บระบม เกินกว่าจะมีเพศสัมพันธ์ได้ แต่เมื่ออาการลดลงแล้วอาอยากลองดู ขึ้นอยู่กับความพร้อมของร่างกาย แต่ควรนุ่มนวลและช้า ๆ พยายามผ่อนคลายให้มาก อาจใช้สารหล่อลื่นช่วย เพราะช่องคลอดอาจแห้งกว่าปกติได้ ในระหว่างให้นมบุตร

 

 

13.การมีประจำเดือนใหม่ภายหลังการคลอด ถ้าไม่ได้เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ จะมีประจำเดือนภายใน 5 - 6 สัปดาห์หลังคลอด แต่ถ้าเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ประจำเดือนจะมีช้ากว่านั้นหรือ ไม่มีในระหว่างนั้น แต่การตั้งครรภ์อาจเกิดขึ้นในระหว่างที่ยังไม่มีประจำเดือน

 

 

14.การตรวจหลังคลอด 1 เดือนหลังคลอดควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจดูว่าอวัยวะต่าง ๆ เข้าสู่สภาพปกติหรือยัง (ถ้ามีสิ่งใดผิดปกติ จะได้มีโอกาสแก้ไข) พร้อมกับปรึกษาเรื่องการคุมกำเนิดด้วย

 

 

15.อาการที่ถือว่าผิดปกติหลังคลอด ถ้ามีอาการเหล่านี้แม้เพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง ควรปรึกษาแพทย์

 

 มีเลือดออกมาทางช่องคลอด (ใน 1 ชั่วโมง ชุ่มผ้าอนามัย 1 อัน และเลือดที่ออกมาเป็นก้อน)

 

 

 มีอาการปวดท้องมาก (ปวดจนบิด) โดยไม่สัมพันธ์กับอาหารที่รับประทานเข้าไป

 

 

 มีไข้ หรือหนาวสั่น วัดอุณหภูมิร่างกายได้เกินกว่า 38 องศาเซลเซียส

 

 

 มีอาการเจ็บปวด หรือแสบขัดเวลาถ่ายปัสสาวะ

 

 

 มีน้ำหนอง หรือเลือดไหลจากแผลฝีเย็บ แผลฝีเย็บบวมแดงมากขึ้นจนปวดถ่วงไปถึงทวารหนัก

 

 

 ระดูขาวมีกลิ่นเหม็น

 

 

 น้ำคาวปลามีกลิ่นเหม็น มีสีแดงตลอดภายใน 15 วันหลังคลอด

 

 

 มีอาการปวดศีรษะรุนแรง

 

 

 มีก้อนที่เต้านม หรือเต้านมบวมแดง

(Some images used under license from Shutterstock.com.)

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ : 15 ข้อควรปฏิบัติของแม่มือใหม่